All posts by admin

เทรนด์และไลฟ์สไตล์ของคนใช้สมาร์ทโฟนมาผนวกกับสุขภาพ

เนื่องจากปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อแวดวงธุรกิจ จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนที่ออกมามากมายนั้น แข่งกันตั้งแต่รูปแบบการออกแบบ ขนาดของหน้าจอ และสเปค ว่าของใครจะมี สเปคสูงกว่ากัน ซึ่งทางออกหนึ่งของผู้ผลิตได้หันมาใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้นกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้งานเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ชีวิตประจำวัน เช่น ตัวช่วยในการมอนิเตอร์ หรือวัดค่าในการใช้พลังงานของเรา โดยใช้หลักการการติดตั้งอุปกรณ์ตัววัดอย่างพวก Pedometer ไว้ในเครื่อง ที่จะคอยนับก้าวเดินเมื่อเกิดการสั่นสะเทือนในแนวดิ่งของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่พกติดตัวไปด้วย ตลอดการเดินในชีวิตประจำวันหรือ ระหว่างการวิ่งของเรา โดยวัดออกมาเป็นหน่วยค่าพลังงานแคลอรี่ เพื่อช่วยเป็นตัวบอกว่าใช้พลังงานไปเท่าไร โดยเราสามารถเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เพราะยังไงเสียเราก็ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวไปทุกที่อยู่แล้ว

ขณะที่มีสมาร์ทโฟนเพื่อช่วยเป็นเครื่องมือในการวัดการออกกำลังกาย ก็ยังมีอุปกรณ์และตัวช่วยอื่นๆ ที่สามารถทำหน้าที่นั้นร่วมกับสมาร์ทโฟนได้ดีขึ้นไปอีกโดยมีความละเอียดยิ่งขึ้น หรือใช้เป็นตัวช่วยโดยไม่ต้องมีสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลาก็ทำได้คือ อุปกรณ์แก็ดเจ็ตสวมใส่จะถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถสวมใส่ติดตัวเราไปได้ตลอดเวลา โดยจะใช้เก็บข้อมูล ช่วยบอกตำแหน่ง ระยะทางและบอกสถานะของการออกกำลังกายว่าเป็นไปอย่างไร
ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มของอุปกรณ์สวมใส่แบบ Wearable Device หรือ Wearable Computer นั้นมีมากขึ้น ทำให้มีความแพร่หลายและทิศทางของการพัฒนานั้นมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น มีความเป็นแฟชั่นมากยิ่งขึ้นทั้งการดีไซน์ สีสันที่ใช้ และรูปทรงการออกแบบที่มีความหลากหลายมากมาย เพื่อให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในไลฟ์สไตล์ต่างๆ กัน

ดังนั้นการพัฒนาการของอุปกรณ์และแอพบนสมาร์ทโฟนจะช่วยอำนวยความสะดวกได้แล้วนั้น ยังเป็นตัวช่วยทำให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

ธุรกิจคอนโดตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนเมือง

ธุรกิจคอนโดตอบสนอง ไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนเมือง

ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่ใฝ่ฝันที่จะมีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ในปัจจุบันนี้ความฝันของคนยุคใหม่เริ่มเปลี่ยนไปโดยเฉพาะคนเมือง ถึงแม้ต้องการจะมีหน้าที่การงานที่ดีอยู่ แต่ความนิยมที่ตามมาของคนกรุง คือการมีคอนโดหรูๆ หรือบ้านลอยฟ้า ที่มีทำเลที่ตั้งติดกับรถไฟฟ้าและอยู่ใจกลางเมือง นี่เองจึงเป็นภาพสะท้อนที่เปลี่ยนไปของชีวิตคนเมือง ในปัจจุบันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่จะมีโครงการคอนโดใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย และสถาบันการเงินต่างๆก็ต่างปล่อยกู้ให้แก่บรรดาคนที่อยากได้คอนโด แต่ไม่สามารถซื้อสดได้ จึงทำให้ความฝันของคนกรุงดูจะเป็นจริงขึ้นมาได้ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดปรากฏการณ์คนเข้าคิวซื้อคอนโดมิเนียมกันอย่างล้นหลาม เนื่องจากมีราคาที่ถูก และมีทำเลที่เดินทางสะดวก มีของแถมเพื่อดึงดูด เช่น ไอแพด ไอโฟน หรือแม้แต่รถ ยิ่งช่วงปลายปีหลังเป็นการทำยอดขายของบริษัท จึงทำให้ผู้ประกอบการคอนโดเริ่มทำโครงการคอนโดขึ้นอยู่ตามทำเลต่างๆมากมาย

นอกจากนี้ตลาดคอนโดเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะ พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนเมือง จากเดิมที่เคยอาศัยอยู่นอกเมืองและใช้รถในการเดินทาง แต่เมื่อราคาน้ำมันของตลาดโลกได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้คนส่วนมากเลือกที่จะซื้อที่อยู่อาศัยใกล้กับที่ทำงานมากกว่าจะใช้รถในการเดินทาง ซึ่งได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง ในหลายโครงการเริ่มขายดีเป็นเทน้ำเทหน้า จนทำให้การธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มกลัวว่าจะเกิดภาวะฟองสบู่แตก เพราะโครงการคอนโดเริ่มมีมากกว่าความต้องการของตลาดที่แท้จริงอย่างไรก็ตามแม้ว่าคอนโดมิเนียมจะตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมืองได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยากได้คอนโดทุกคนจะมีกำลังทรัพย์ในการซื้อหรือผ่อน ยิ่งในปีหน้าธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีนโยบายจำกัดวงเงินกู้ซื้อคอนโดด้วยจากที่เคยปล่อยกู้ร้อยเปอร์เซ็นที่ธนาคารเกรงว่าจะเป็นหนี้สูญก็เลยเปลี่ยนนโยบายให้แก่คนที่สนใจเหลือเพียงไม่เกินเก้าสิบเปอร์เซ็น ด้วยการที่ธนาคารกำจัดวงเงินกู้ด้วยแล้ว เชื่อว่าความฝันของคนที่ต้องมีคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเองก็ยังคงต้องเป็นเพียงความฝันต่อไป

Digital Lifestyle เทรนด์ที่มีอิทธิพลต่อธุรกิจในโลกดิจิตอล

ยุคปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยสามารถเชื่อมโยงกันด้วยเครือข่ายไร้สายทำให้ ได้เข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนให้ผู้บริโภค การบริโภคที่เปลี่ยนไปอยู่ในโลกแห่งดิจิตอล และในสภาวะนี้เองทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวเองเพื่อให้รองรับกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป อย่างเช่น ธุรกิจบริการทางการเงิน อย่าง ธนาคาร ร้านค้าช้อปปิ้ง ร้านมือถือ เป็นต้น นับว่าการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่นำมาเป็นเครื่องมือในการตลาดนั้นช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา ทำให้เข้าถึงตลาดได้ง่ายและกว้างขึ้น ที่สำคัญยังช่วยสร้างธุรกิจให้มีความได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

Digital Lifestyle เป็นการดำเนินชีวิตในโลกดิจิตอล ซึ่งเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมการติดต่อสื่อสารและหาข้อมูลจากโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวางและคลอบคลุม ซึ่งสามารถค้นหาสิ่งที่เราต้องการผ่านเทคโนโลยีเหล่านี้ได้ โดยส่งผลทำให้เกิดรูปแบบการใช้ชีวิตที่ล้ำสมัย เพราะทุกวันนี้คนสามารถสั่งสินค้าต่างๆ หรือทำธุรกรรมทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่เข้ามาค้นหาในอินเตอร์เน็ตผ่านทางเว็บไซต์บนจอคอมพิวเตอร์ หรือแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ทำให้เกิดการบริการในรูปแบบใหม่ขึ้นมา อย่างเช่น การช้อปปิ้งออนไลน์ หรือบริการทางการเงิน ที่เข้ามาตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี

การขายสินค้าในรูปแบบ ชอปปิ้งออนไลน์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่กำลังมาแรงสำหรับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเพื่อขยายการเติบโตไปข้างหน้าที่มีแนวโน้มในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่ายอดการขายสินค้าผ่านออนไลน์จะเพิ่มขึ้น เพราะทุกวันนี้ผู้คนจะหันมาสนใจบริการในรูปแบบนี้มากขึ้น เนื่องจากประหยัดเวลาที่จะต้องนั่งรถไปเลือกซื้อหา เพราะในโลกของโซเซียลจะมีสิ้นค้าธุรกิจต่างๆ ได้รวมรวบแหล่งข้อมูลเว็บไซต์ต่างๆเหล่านี้ไว้ ทั้งนี้เราสามารถค้นหาสิ่งที่เราต้องการได้ อย่างเช่น ต้องการจะซื้อกระเป๋า เราก็สามารถค้นหาโดยผ่านตัวเว็บไซต์ โดยสามารถสำรวจราคาได้ว่า เว็บไซต์ไหนราคาอยู่ที่เท่าไร สามารถสั่งซื้อโดยผ่านช่องทางไหน และทำการจัดส่งอย่างไร ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการนำเทคโนโลยีโซเชียลมีเดียมาใช้ในการทำธุรกิจถือเป็นช่องทางในการสร้างมูลค่าทางด้านการขายเป็นอย่างมาก

ไลฟ์สไตล์ชีวิตคนในยุค Gen Y ในการประกอบธุรกิจ

Image

คนในยุค Gen Y หมายถึง คนส่วนใหญ่ของโลกที่เกิดมาในช่วงปี 2523-2533 ซึ่งจะมีทัศนคติ แนวคิด และอุปนิสัยไปในทิศทางที่แตกต่างจากคนในยุคก่อนหน้าและที่สำคัญคือ กำลังการซื้อของคนกลุ่มนี้กำลังจะสูงขึ้นสูงขึ้น ผมจึงอยากจะพาคุณผู้อ่านไปดูกันว่า คน Gen Y จะมีไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตอย่างไรบ้าง? ดังนี้ ชีวิตแห่งการ “เคลื่อนที่” คงเคยได้ยินคำว่า “Mobile Life” หรือ “ชีวิตเคลื่อนที่” กันมาบ้าง ซึ่งหมายถึงการดำเนินชีวิตที่ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่กับที่เสมอไป เช่น การทำงานในออฟฟิศตั้งแต่แปดโมงเช้ายันห้าโมงเย็น ก็สามารถเปลี่ยนเป็นการไปท่องเที่ยวและใช้โทรศัพท์มือถือประสานงานหรือสั่งงานแทนได้ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยี 3G และ Wifi ก็สามารถทำให้ผู้คนในยุคนี้มีชีวิตที่เคลื่อนที่ไปด้วยทำงานไปด้วยได้ วัฒนธรรมจอภาพ อีกคำหนึ่งที่เพิ่งฮิตกันในหมู่คน Gen Y บางกลุ่มก็คือคำว่า “Screen Culture” ซึ่งในที่นี้หมายถึง การที่ผู้คนจะใช้ชีวิตในการทำงานและชีวิตส่วนตัวบนหลายๆ อุปกรณ์ที่มีจอภาพ ได้แก่ หน้าจอทีวี หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอแท็บเล็ต และหน้าจอมือถือ เป็นต้น จึงไม่ต้องห่วงว่า บรรดาผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องต่างๆ จะรุ่งเรืองมากขนาดไหน? ชอบสินค้าประเภท DIY หรือ “คุณทำเอาเอง” ค่าแรงวันละ 300 บาทได้ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของคน Gen Y ในประเทศไทยกล่าวคือ ในอดีตเมื่อจะต้องต่อเติมหรือซ่อมแซมบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน คนส่วนใหญ่ก็มักเลือกที่จะจ้างวานคนอื่นให้มาทำแทน แต่การขึ้นค่าแรงดังกล่าวก็ทำให้บรรดาช่างที่เกี่ยวข้องหาได้ยากขึ้นเป็นอย่างมาก หรือหากว่าหาได้ก็มักจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงทีเดียว จึงทำให้ต้องหาสินค้าประเภทนี้มาทำด้วยตนเอง ชอบร้านค้าปลีกที่มีลักษณะ Formatted Styleนิสัยอย่างหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับคน Gen Y ก็คือ ทำอะไรเร็วๆ และจะเร่งรีบไปเสียเกือบจะทุกเรื่อง ด้วยนิสัยดังกล่าวก็จะทำให้คน Gen Y เวลาจะออกไปซื้อของ ก็จะชอบไปร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ที่จัดวางสินค้าง่ายๆ และทำให้นึกออกว่าอยู่ตรงไหนบ้าง? สินค้าถูกใจ ราคาถูกเงิน คนในยุค Gen Y มักจะคำนึงถึงคุณภาพในระดับที่ตนเองต้องการ ในราคาที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ บรรดาโรงแรมระดับ 3 ดาวที่มีแบรนด์ระดับโลก ที่เป็นชื่นชอบของคน Gen Y ไปทั่วโลก ได้แก่ ไอบิซ (iBiz) หรือ เบสท์เว็สเทิร์น แบรนด์เหล่านี้ได้มาตีตลาดโรงแรม 3-4 ดาวของไปไทยไปอย่างมาก เพราะแบรนด์ดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่า โรงแรมที่ใช้แบรนด์เหล่านี้จะสะอาด บริการสุภาพ และราคาประหยัด

นอกจากนั้นค่านิยม 6 ประการ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเหมาะกับคนในยุค Gen Y ดังนี้ หนึ่ง คำนึงถึงปรัชญา 3 ประโยชน์เป็นหลัก ได้แก่ ประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และบริษัท สอง ทำอะไรต้องทำด้วยความรวดเร็ว และมีคุณภาพ สาม ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย สี่ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกคนต้องเตรียมความพร้อม และยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ ห้า มุ่งสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งเราเรียกว่านวัตกรรม ให้ทุกคนในองค์กรรู้จักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หก มีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และรู้จักตอบแทนบุญคุณ

6 เทคโนโลยีที่ทำให้ธุรกิจโรงแรมไม่ตกเทรนด์

Cloud_Computing
ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการสามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งในปัจจุบันมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง มีเทรนด์ที่น่าติดตามอยู่ด้วยกัน 6 เทรนด์ดังนี้

1. Cloud / บริการซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต (SaaS)
ปัจจุบันธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการหันมาใช้เทคโนโลยี Cloud และ Saas เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วยลดต้นทุน ค่าดูแล บำรุงรักษาเว็บไซต์ ไม่ต้องเสียเงินจ้างพนักงาน ไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาด้านไอทีของเว็บไซต์ ทำให้มีเวลาให้กับงานบริการลูกค้ามากขึ้น นอกจากนี้ ยังความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดระบบให้ตรงกับ ความต้องการ สามารถอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นใหม่ให้อัตโนมัติ โดยปราศจากค่าใช้จ่ายใด ๆ ทันทีที่มีการออกเวอร์ชั่นใหม่ ระบบจะทำการอัพเกรดให้อย่างอัตโนมัติ เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ไม่ใช่แฟชั่นที่จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เป็นเทรนด์ที่กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นเพื่อก้าวสู่อีกยุคหนึ่งของธุรกิจโรงแรมที่ง่ายและสะดวกสบายขึ้น

2. อุปกรณ์เคลื่อนที่
เทคโนโลยีการสื่อสารผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เป็นช่องทางใหม่ที่ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการไม่ควรพลาด ซึ่งสามารถอำนวยความสะดวกในขั้นตอนเช็คอิน เพิ่มประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้แก่ลูกค้า ไม่ต้องเสียเวลาเช็คอินที่เคาน์เตอร์แบบเดิม ทั้งยังช่วยโรงแรมในการลดจำนวนพนักงานหน้าเคาน์เตอร์อีกด้วย และไม่จำเป็นเฉพาะโรงแรมที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่เท่านั้น โรงแรมขนาดเล็กที่มีงบประมาณไม่มากนักก็สามารถทำได้ เพื่อเป็นการเพิ่มขีดการแข่งขันในงานบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

3. โซเชียลมีเดีย
การรีวิวของลูกค้าใน Trip Advisor มีผลอย่างมากต่อผู้ที่มองหาสถานที่ พักผ่อน กิน เที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของคุณถูกบอกต่อได้ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี ในขณะที่ Facebook หรือ Twitter ก็มาแรงมากจนโรงแรมไหนที่ไม่มีเพจหรือทวิตเตอร์ หรือมีแต่ไม่ได้อัพเดท หรือคอยตอบคำถามลูกค้าอย่างรวดเร็ว ก็จะถูกมองว่าบริการไม่ดี สร้างความไม่ประทับใจตั้งแต่ยังไม่ทันได้ใช้บริการ ส่วนโรงแรมไหนดูแลเพจอย่างตั้งใจก็จะสามารถดึงดูดให้มีแฟนและผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ซึ่งเอื้อต่อการ สื่อสารต่าง ๆ ของโรงแรมสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

4. ระบบที่สร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล
ลูกค้าคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์เฉพาะบุคคลจากโรงแรม ที่ไม่ใช่แค่การจำหน้าได้ เรียกชื่อถูก แต่อาจเป็นระบบแสดงข้อความต้อนรับลูกค้าผ่านหน้าจอโทรทัศน์ หรือบริการพิเศษอื่น ๆ เช่น อาหารจานพิเศษ การประดับดอกไม้ภายในห้องพัก เป็นต้น การมีระบบเก็บข้อมูลลูกค้าทำให้คุณทราบว่าลูกค้าคนนี้เคยมาใช้บริการแล้ว อาจจัดบริการพิเศษแก่ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ เพื่อตอกย้ำให้เกิดความประทับใจและนึกถึงโรงแรมของคุณทุกครั้งที่ต้องการมาพักผ่อน รวมถึงสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือการบอกต่อ แนะนำให้คนรู้จักมาใช้บริการกับคุณ

5. ระบบที่รวมเข้าเป็นมาตรฐานเดียวกัน
หลาย ๆ โรงแรมมักมีบริการอื่นเพิ่มเติมนอกจากห้องพัก และอาหาร เช่น บริการสปา หรือสนามกอล์ฟ หากสามารถรวมเข้าเป็นระบบเดียวกันได้จะทำให้สามารถจัดการกับข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งเห็นมุมมองที่แท้จริงในเรื่อง รายได้ กำไรชัดเจนขึ้นจากการที่โรงแรมสามารถดึงรายงานต่าง ๆ เกี่ยวกับงานบริหารการโรงแรมและการสื่อสารกับลูกค้าทั้งหมดมารวมเข้าไว้ในที่เดียวกันและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

6. ก้าวสู่ระดับสากล
เทรนด์สุดท้ายสำหรับยุคโลกาภิวัตน์นี้คือ การทำให้โรงแรมของคุณเป็นที่รู้จักไม่เพียงในประเทศเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถรู้จักคุณได้ ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ที่มีการจัดเตรียมข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ ค่าเงินสกุลต่าง ๆ รวมไปถึงการฝึกอบรมพนักงานให้รู้จักธรรมเนียมสากล และธรรมเนียมปฏิบัติสำคัญ ๆ ของลูกค้าแต่ละชาติเพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าทั่วโลกได้อย่างมืออาชีพอีกด้วย

เทรนด์ข้างต้นสามารถนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงและยกระดับขีดการแข่งขันในธุรกิจของคุณ ตามเทรนด์ให้ทัน แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้โดยง่าย ก็ค่อย ๆ ปรับค่อย ๆ เปลี่ยนตามความสามารถและความเหมาะสมขององค์กรคุณต่อไปค่ะ